เลือกหน้าเลือกหน้า

ว่าที่แชมเปี้ยนส์ พรีเมียร์ ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจากการคว้าชัย เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 3-1 ประตู เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาเป็นจ่าฝูงที่มีแต้มทิ้งห่างอย่างมากในขณะนี้

ถ้าหากว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถคว้าชัยจากคู่แข่งตลอดกาลของพวกเขาอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่จะมาถึงนี้ ณ สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม พวกเขาจะกลายเป็นแชมป์ของรายการ พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 3 ในรอบ 7 ปีทันที

ในการแข่งขันนัดล่าสุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ เอฟเวอร์ตัน ตั้งแต่นาทีที่ 4 จากจังหวะที่ เลรอย ซาเน่ วอลเลย์บอลเข้าไปตุงตาข่าย ก่อนที่ กาเบรียล จีซุส จะโขกประตูที่ 2 ให้กับพวกเขาในนาทีที่ 13 นับเป็นการทำประตูครั้งของเขาในรายการ พรีเมียร์ ลีก ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน นับเป็นการดับฝัน เอฟเวอร์ตัน ไปในที่สุด

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จบสกอร์ที่ 3 จากการซัดบอลเลียดจากระยะ 8 หลา ในนาทที่ 37 ก่อนที่ทางฝั่งเจ้าบ้านจะได้ประตูตีไข่แตกใจจังหวะที่ ยานนิค โบลาซี่ ซัดบอลเลียดไกลเข้าไปนอนก้นตาข่ายในนาทีที่ 63

ผลจากการแข่งขันนัดล่าสุดทำให้ เอฟเวอร์ตัน ตกไปอยู่อันดับที่ 9 มี 8 แต้มห่างจากท็อป 6 ของรายการอย่าง อาร์เซนอล แต่พวกเขาลงแข่งขันมากกว่าถึง 2 นัด

แม้ว่าจะไม่ได้ลงแข่งขันนานถึง 19 นัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันครึ่งแรก ซึ่งเป็นจังหวะที่ ซิลบา โยนบอลให้กับ ซาเน่ วอลเลย์บอลจากระยะไกลตุงตาข่าย

ทางฝั่งของ เอฟเวอร์ตัน ก็พยายามทำเกมส์บุกคนเกือบจะตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ โบลาซี่ โขกบอลในระยะประชิดแต่บอลลอยข้ามคานออกไปในที่สุด และหลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกขึ้นนำถึง 2-0 อย่างรวดเร็วและหมดหวังในที่สุด

ความคิดเห็นโค้ช

แซม อัลลาร์ไดซ์ “การโดนนำ 2-0 ประตูตั้งแต่ต้นเกมส์มันทำให้พวกเราต้องยิ่งไล่บี้พวกเขามากขึ้น เพราะว่าพวกเราตกใจ แต่นั้นยิ่งทำให้เราเปิดโอกาสให้กับพวกเขามากขึ้น”

เปป กวาร์ดิโอล่า “พวกเราใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว เราเหลือการเล่นอีกนัดนึงสำหรับฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะคว้าถ้วย”

แมน ออฟ เดอะ แมทช์ : ดาบิด ซิลบา

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเตะที่ทำประตูให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในแมทช์นี้ แต่เขาก็เป็นนักเตะที่สนับสนุนเกมส์รุกได้ดีเยี่ยม